Wednesday, May 11, 2011
Friday, January 7, 2011
Honda Steed 400 specifications

The 2002 Honda Steed 400 and all other motorcycles made since 1970. ... If you have extensive experience with the MC, please send us a review. ...
www.bikez.com/motorcycles/honda_steed_400_2002.php
Honda Steed 400 discussion group
02 Honda Steed 400 motorcycle owners' discussion group with questions ...
www.bikez.com/msgboard/msg.php?id=20158&type.
http://www.bikez.com/motorcycles/honda_steed_400_2002.php
Sunday, December 12, 2010
เผยโฉมรถสปอร์ต CBR250R ครั้งแรกสู่สายตาสาธารณชน
เผยโฉมรถสปอร์ตหรูล้ำตัวล่าสุด CBR250R ครั้งแรกสู่สายตาสาธารณชน
ในงาน Thailand International Motor Expo 2010
รถจักรยานยนต์ฮอนด้า ผู้นำอันดับหนึ่งตลาดรถจักรยานยนต์เมืองไทย โชว์ศักยภาพสุดขีดความแรงเหนือระดับ เอาใจผู้รักในความเท่แบบรถสายพันธุ์สปอร์ตระดับโลก ส่งรถจักรยานยนต์ระบบหัวฉีด PGM-FI รุ่นใหม่ “ฮอนด้า ซีบีอาร์ 250 อาร์ (Honda CBR250R)” อวดโฉมสู่สายตาสาธารณชนชาวไทยเป็นที่แรก ในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 27 (Thailand International Motor Expo 2010) วันที่ 2-12 ธันวาคม 2553 ณ IMPACT Challenger 1-3 เมืองทองธานี โดยการเข้าร่วมงานในครั้งนี้รถจักรยานยนต์ฮอนด้าหวังเจาะกลุ่มเซ็กเมนต์ตลาดระดับบน แนะนำประสบการณ์แห่งการขับขี่รูปแบบใหม่กับรถสปอร์ตเท่สไตล์หรูที่คู่ควรกับผู้ขับขี่รถยนต์ทุกท่าน พร้อมวางแผนการจำหน่ายพร้อมกันทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 10 ธันวาคม 2553 เป็นต้นไป ณ ร้านผู้จำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้า ทั่วประเทศ สนนราคาเริ่มต้นที่ 100,000 บาท พร้อมพิเศษสุด! ด้วยข้อเสนอเหนือระดับสุดคุ้มต้อนรับงานมอเตอร์เอ๊กซ์โป วันนี้ถึง 31 ธันวาคมนี้ ซื้อฮอนด้า ซีบีอาร์ รับทันที “CBR Platinum Package” แพคเกจรวม 2 สุดยอดสิทธิประโยชน์เหนือระดับ บริการ Honda Roadside Assistance และ Free Maintenance Coupon บำรุงรักษารถฟรีตลอด 1 ปี สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Honda Call Center 0-2725-4000
รถจักรยานยนต์ฮอนด้ารุ่น CBR250R เป็นรถสปอร์ตเท่สไตล์หรูที่พัฒนาขึ้นจากเทคโนโลยีชั้นเลิศ พร้อมอุปกรณ์ติดรถครบครันเทียบชั้นรถสปอร์ตระดับโลก ครั้งแรกของฮอนด้ากับการพัฒนาเครื่องยนต์ 250 ซีซี 4 จังหวะ 6 เกียร์ ระบบ DOHC (Double Overhead Camshaft) 4 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับเฉกเช่นรถบิ๊กไบค์ ด้วยความรู้สึกใหม่ที่ยังไม่เคยมีใครสัมผัสมาก่อน พร้อมโฉมรูปลักษณ์ขนาดใหญ่ ให้ความเท่สะดุดตาแบบสปอร์ตี้ฟลูคาวลิ่ง (Sporty Full Cowling) ตัวถังมีขนาดกระทัดรัดและน้ำหนักเบาได้รับการออกแบบอย่างปราณีตให้มีรูปทรงคล้ายเพชร แข็งแกร่งและโฉบเฉี่ยว คงไว้ซึ่งความคล่องแคล่ว ปราดเปรียวอย่างรถสปอร์ต ขณะที่ดีไซน์บังลมช่วยให้การควบคุมการขับขี่เป็นไปอย่างคล่องตัว ง่ายต่อการควบคุมและขับขี่ นอกจากนั้น ยังเสริมด้วยสมรรถนะความแรงเร้าใจของระบบจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงแบบหัวฉีด PGM-FI ที่เสริมดีกรีความแรงที่สุดของการขับเคลื่อน ประหยัดน้ำมันสุดยอด ด้วยอัตราประหยัดน้ำมัน 27 กม./ ลิตร เผาไหม้หมดให้ความสมดุลในด้านสิ่งแวดล้อมผ่านมาตรฐานยูโร 3 และมาตรฐานควบคุมไอเสียระดับ 6
ยิ่งไปกว่านั้นสำหรับในส่วนเทคโนโลยีด้านความปลอดภัย CBR250R ได้รับการติดตั้งคอมบายเบรก ABS สำหรับรถสปอร์ต ในระดับ 250 ซีซี เป็นครั้งแรกของโลก โดยระบบคอมบายเบรกแบบ ABS นี้ช่วยให้รถทรงตัวได้ดีขณะเบรก และช่วยให้ควบคุมรถได้ง่ายแม้หยุดกระทันหัน ซึ่งคอมบายเบรก ABS เป็นการผสานการทำงานร่วมกันระหว่าง ระบบคอมบายเบรก (CBS, ระบบเบรคที่เชื่อมต่อกันระหว่างล้อหน้าและล้อหลัง) และระบบป้องกันล้อล็อค (ABS, ระบบเบรคที่ป้องกันล้อล็อคในระหว่างการเบรคกระทันหัน ภายใต้สถานการณ์ที่ไม่พึงปรารถนา) พร้อมอุปกรณ์ล้ำหน้าเทียบรถใหญ่ระดับโลก เติมเต็มขีดสุดของความมั้นใจทั้ง Front-Rear Disk Brake (ดิสก์เบรกหน้าลูกสูบคู่ สำหรับรุ่นที่ไม่มี ABS), Pro-Link Rear Suspension โช้คหลังแบบโปรลิงค์ ปรับได้ 5 ระดับตามน้ำหนักบรรทุก หรือสภาพถนน เพื่อลดแรงกระแทกขณะขับขี่ ให้การทรงตัวดีเยี่ยม ให้ทุกการเลี้ยวโค้งแน่วแน่และมั่นใจ, Engine Stop Switch สวิตซ์หยุดการทำงานของเครื่องยนต์ เพิ่มความมั่นใจและความปลอดภัยในการขับขี่, รวมถึงอุปกรณ์มาตรฐานเฉพาะรถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่ในต่างประเทศอย่าง Passing Light ระบบไฟขอทาง สะดวกปลอดภัยเมื่อต้องการใช้ความเร็ว
ทั้งนี้ ในส่วนของด้านแผนการตลาด Honda CBR250R ได้ถูกวางตำแหน่งทางการตลาดให้เป็นรถสปอรต์หรูระดับบน ภายใต้คอนเซปต์การสื่อสารการตลาด “To Know the Unknown” ที่จะสะท้อนเอกลักษณ์ความเท่กับประสบการณ์การขับขี่รูปแบบใหม่ของกลุ่มเป้าหมาย ด้วยดีไซน์และเทคโนโลยีมาตรฐานระดับโลก โดย Honda CBR250R นำความเท่แบบสปอร์ตหรูล้ำมาให้เลือกตามสไตล์ความเท่ถึง 2 รุ่น คือรุ่น Standard และรุ่น Combined ABS โดยแต่ละรุ่นจะมีให้เลือกถึงรุ่นละ 3 โทนสีลุคสปอร์ต คือสีแดง-เทา RED Hero, สีเทา GRAY และสีดำ-เทา Black Knight เริ่มวางจำหน่ายพร้อมกันทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 10 เดือนธันวาคมนี้เป็นต้นไป ด้วยราคาจำหน่ายเริ่มต้นในรุ่น Standard ที่ 100,000 บาท และราคาเริ่มต้นในรุ่น Combined ABS ที่ 115,000 บาท
เทคโนโลยีความเท่สไตล์สปอร์ตระดับโลกกับประสบการณ์ครั้งใหม่ของ Honda CBR250R ได้แล้ววันนี้ ที่ร้านผู้จำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้าทั่วประเทศ.........Honda CBR250R…To Know the Unknown
เพิ่มเติม : http://www.aphonda.co.th/
Monday, November 22, 2010
ยามาฮ่าคลอดรถใหม่ หัวฉีด-ออโต้รุ่นแรก
ค่าย "ยามาฮ่า" เตรียมปล่อยทีเด็ด รถจักรยานยนต์ออโตเมติก เครื่องยนต์หัวฉีดรุ่นใหม่ กำหนดเปิดตัว 2 ธันวาคมนี้ โดยเป็นโมเดลพัฒนาใหม่หมด หวังท้าชนเจ้าตลาด "ฮอนด้า" ที่ฟุ้งเรื่องหัวฉีดมานาน พร้อมปรับเป้าขายรวมปีนี้เพิ่มเป็น 5.1 แสนคัน
จินตนา อุดมทรัพย์ ผู้จัดการใหญ่ด้านการค้า บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทถือเป็นผู้นำในกลุ่มรถจักรยานยนต์ออโตเมติกตัวจริง ซึ่งที่ผ่านมาได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี ล่าสุดบริษัทเตรียมส่ง รถออโตเมติก พร้อมเครื่องยนต์หัวฉีดรุ่นใหม่ลุยตลาด และเตรียมเปิดตัวกับสื่อมวลชนวันที่ 2 ธันวาคมนี้ ที่โรงแรมริเวอร์ไซค์ กรุงเทพฯ
"รถที่เตรียมเปิดตัวต้นเดือนธันวาคมนี้ จะเป็นรถเครื่องยนต์หัวฉีดโมเดลที่สองของยามาฮ่า (โมเดลแรก "สปาร์ก 135ไอ" เกียร์ธรรมดา) แต่ถือเป็นโมเดลแรกที่เป็นเครื่องยนต์หัวฉีด ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ เชื่อว่าหลังการเปิดตัวจะสร้างความคึกคักให้ตลาดช่วงปลายปีได้เป็นอย่าางดี"
ในส่วนยอดขายรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า 10 เดือนที่ผ่านมา (ม.ค.-ต.ค.2553)ทำได้ 401,218 คัน เติบโต 13% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว(354,879 คัน) ขณะเดียวกันบริษัทยังปรับเป้าหมายการขายในปีนี้เป็น 510,000 คัน สูงกว่าที่คาดการไว้ช่วงต้นปี 480,000 คัน
จินตนา กล่าวว่า แม้จะได้รับผลกระทบจากวิกฤตน้ำท่วมในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา แต่เชื่อว่าปลายปีตลาดจะกลับมาสดใสอีกครั้ง อย่างปีนี้บริษัทจะทำยอดขายรวมได้ถึง 510,000 คัน ขยายตัว 19% เมื่อเทียบกับปี 2552 ขณะที่ส่วนแบ่งการตลาดอาจจะลดลงจาก 28% เป็น26% ซึ่งบริษัทไม่ได้ถือเป็นเรื่องเสียหายอะไร เพราะผ่านมาก็มียอดขายโตขึ้นตลอด
นอกจากนี้เพื่อเป็นการรองรับยอดขายรถจักรยานยนต์ที่เพิ่มขึ้น บริษัทได้เปิดตัวน้ำมันเครื่องยามาลู้ปสูตรใหม่ "Yamalube ECO PLUS " น้ำมันเครื่องกึ่งสังเคราะห์ระดับพรีเมียม เกรด 10W-40 ตัวแรกของยามาฮ่า สำหรับรถจักรยานยนต์ออโตเมติก 4 จังหวะ เจาะกลุ่มเป้าหมายผู้ใช้รถจักรยานยนต์ยามาฮ่า ที่ต้องการน้ำมันครื่องประสิทธิภาพสูง ในราคาที่คุ้มค่า คาดว่าหลังการเปิดตัวจะทำให้มีส่วนแบ่งการตลาดในส่วนของรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า มากกว่า 50%
เพิ่มเติม : http://www.langrod.com/
Sunday, October 31, 2010
ปิดไตรมาส 3 มอ'ไซค์ขาย 1.4 ล้านคัน
ผ่าน 3 ไตรมาสของปี 2553 ตลาดรถจักรยานยนต์ยังแรงไม่หยุด ด้วยยอดขายรวม 1,404,626 คัน โต 23% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว โดยรถแบบเอ.ที ยังได้รับความนิยมสูงสด หรือคิดเป็นสัดส่วน 51% จากยอดขายรถทุกประเภท
ธีระพัฒน์ จิวะพงศ์ กรรมการบริหารฝ่ายขาย บริษัท เอ.พี.ฮอนด้า จำกัด เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดรถจักรยานยนต์ไทยปิดฉากไตรมาสสามของปี เติบโตสูงถึง 23% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ด้วยยอดจดทะเบียนสะสม 1,404,626 คัน โดยฮอนด้าเจ้าเดียวโตขึ้น 27% พร้อมครองส่วนแบ่งการตลาด 68%
“เหตุผลส่วนหนึ่งที่ช่วยผลักดันให้ตลาดรถจักรยานยนต์ในเมืองไทยเติบโตขึ้นนี้ สาเหตุหลักคงมาจากการที่บรรดาค่ายผู้ผลิตต่างโหมกระตุ้น และสร้างความตื่นตัวให้กับตลาด โดยเฉพาะค่ายฮอนด้าเอง ในฐานะของผู้นำตลาด ได้เตรียมส่งความหลากหลายของสินค้า ในทุกโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็นในประเภทรถครอบครัว รถเอ.ที และล่าสุดกับรถสปอร์ต เพื่อเติมเต็มในทุกส่วนของความต้องการของผู้บริโภค และเติมเต็มให้เหนือยิ่งกว่า ด้วยการตอบสนองในส่วนที่เหนือความต้องการเพื่อมุ่งเปิดเซกเมนต์ใหม่ๆ ขยายตลาดรถจักรยานยนต์ให้มีความหลากหลายมากขึ้น”
ด้านตัวเลขสะสม 9 เดือนแรกของปีของตลาดรถจักรยายนต์เมืองไทย มียอดจำหน่ายรวมที่ 1,404,626 คัน แบ่งเป็นรถจักรยานยนต์แบบ เอ.ที 716,848 คัน เทียบเท่าสัดส่วนตลาด 51%, แบบครอบครัวที่ 643,927 คัน หรือเทียบเท่าสัดส่วนตลาด 46%, แบบครอบครัวกึ่งสปอร์ตมีจำนวน 18,718 คัน เทียบเท่าสัดส่วนตลาด 1%, แบบสปอร์ต 6,998 คัน และแบบออฟโรดรวมประเภทอื่นๆ 18,135 คัน
หากแบ่งแยกตามประเภทของผู้ผลิต ฮอนด้ามียอดจดทะเบียนที่ 954,901 คัน เทียบเท่าอัตราครองตลาด 68%, ยามาฮ่า 366,499 คัน เทียบเท่าอัตราครองตลาด 26%, ซูซูกิ 51,070 คัน อัตราครองตลาด 4%, อื่นๆ ได้แก่ คาวาซากิ 16,634 คัน อัตราครองตลาด 1% , เจอาร์ดี 237 คัน, แพล็ตตินั่ม 565 คัน, ไทเกอร์ 1,577 คัน และอื่นๆ 13,143 คัน
สำหรับรายงานตัวเลขตลาดรถจักรยานยนต์ทุกประเภทเดือนกันยายน 2553 มียอดจำหน่ายรวมที่ 152,366 คัน แบ่งเป็นรถจักรยานยนต์แบบเอ.ที 78,617 คัน เทียบเท่าสัดส่วนตลาด 52% ซึ่งขึ้นนำรถจักรยานยนต์แบบครอบครัวที่มียอดจดทะเบียนที่ 70,788 คัน หรือเทียบเท่าสัดส่วนตลาด 46% สำหรับรถจักรยานยนต์ในแบบครอบครัวกึ่งสปอร์ตมีจำนวน 631 คัน, แบบสปอร์ต 421 คัน และแบบออฟโรดรวมประเภทอื่นๆ 1,909 คัน
ในขณะที่หากแบ่งแยกเป็นยอดจดทะเบียนตามประเภทของผู้ผลิตในเดือนกันยายน รถจักรยานยนต์ฮอนด้า 102,672 คัน เทียบเท่าอัตราครองตลาด 67%, ยามาฮ่า 40,716 คัน อัตราครองตลาด 27%, ซูซูกิ 5,480 คัน อัตราครองตลาด 4%, อื่นๆ ได้แก่ คาวาซากิ 1,642 คัน , เจอาร์ดี 11 คัน, แพล็ตตินั่ม 87 คัน, ไทเกอร์ 177 คัน และอื่นๆ 1,581 คัน
เพิ่มเติม : http://www.langrod.com/
Friday, October 22, 2010
รถจักรยานยนต์ฮอนด้าเดินเกมตลาดรถสปอร์ต
รถสปอร์ต กับ “Honda CBR150R FI” รถสปอร์ตหัวฉีดตัวแรกของเมืองไทย
รถจักรยานยนต์ฮอนด้า ผู้นำอันดับหนึ่งตลาดรถจักรยานยนต์เมืองไทย ประกาศความสำเร็จสุดยิ่งใหญ่เป็นรายแรกกับยุทธศาสตร์การเปลี่ยนยุคแห่งการขับขี่สู่ยุคหัวฉีด ก้าวสู่ความเป็นผู้นำที่ทิ้งห่างคู่แข่งขัน ด้วยการพัฒนามอเตอร์ไซต์หัวฉีดได้หลากสไตล์ ครองใจผู้บริโภคได้ครบทุกเซ็กเมนต์ โดยล่าสุดวันนี้! กับการอัดฉีดกลยุทธ์ความแรงหัวฉีดในเซกเมนต์ใหม่ล่าสุดกับยนตรกรรมสปอร์ตเร้าใจรุ่น “Honda CBR150R FI” ครั้งแรกของเมืองไทยกับรถสปอร์ตเครื่องยนต์ 150 ซีซี ขุมพลังหัวฉีด PGM-FI รูปโฉมดีไซน์ใหม่ให้อารมณ์เดียวกับรถสปอร์ตคันเท่ระดับโลก หวังปลุกกระแสความเร้าใจของตลาดรถสปอร์ตในเมืองไทยให้กับมาโหมกระหน่ำอีกครั้ง โดยตั้งเป้าการจำหน่ายของรถสปอร์ตรุ่นนี้ที่ 10,000 คันต่อปี ราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 75,900 บาท พร้อมเตรียมเผยโฉมอย่างเป็นทางการ และเปิดให้ทดลองขับยนตรกรรมสปอร์ตสุดร้อนแรงคันใหม่นี้ได้ที่งาน “Big Fun Fest by Honda” มหกรรมความมันส์ สนุก สุดเซอร์ไพรส์ ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน (หัวหมาก) วันที่ 30 ตุลาคมนี้ แฟนมอเตอร์ไซต์ตัวจริง ไม่ควรพลาด!
มร.จิอากิ คาโต ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ.พี. ฮอนด้า จำกัด เปิดเผยถึงกระแสการกลับมาของรถสปอร์ตของเมืองไทยในครั้งนี้ว่า “การวางจำหน่าย All new Honda CBR150R FI ในครั้งนี้ คืออีกหนึ่งความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ของฮอนด้า โดยการรุกตลาดรถสปอร์ตหัวฉีดนี้ทำให้กลยุทธ์และเจตนารมณ์ในการเปลี่ยนแปลงยุคแห่งการขับขี่ สู่ระบบจ่ายน้ำมันแบบหัวฉีด PGM-FI ของฮอนด้าประสบความสำเร็จอย่างสมบูรณ์แบบ โดยฮอนด้าสามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้ทั้งตลาด ไม่ว่าจะเป็นในตลาดประเภทรถ เอ.ที, รถครอบครัว และล่าสุดวันนี้กับตลาดรถสปอร์ต ซึ่ง Honda CBR150R FI ถือเป็นความท้าทายครั้งสำคัญที่ฮอนด้าจะปลุกกระแสตลาดรถสปอร์ตของเมืองไทยให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง โดยฮอนด้า ซีบีอาร์ 150 อาร์ FI ได้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตลาดรถจักรยานยนต์ประเทศไทยโดยเฉพาะ การพัฒนาได้คำนึงถึงความต้องการของลูกค้าชาวไทยเป็นอันดับหนึ่ง ทั้งการพัฒนาติดตั้งขุมพลังเครื่องยนต์ใหม่ ตลอดจนเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ใหม่ให้เป็น Image รถบิ๊กไบค์ระดับโลกรอบคัน เรามีความตั้งใจว่า ลูกค้าจะรู้สึกได้ถึงความยินดีในรูปแบบสปอร์ตมากยิ่งขึ้น และมั่นใจว่าการปรากฏโฉมของ All New Honda CBR150R FI นี้จะสร้างความพึงพอใจอย่างล้ำลึกให้กับลูกค้าที่รอคอยมาอย่างยาวนานได้แน่นอน”
สำหรับความแรงเร้าใจของ Honda CBR150R FI รถจักรยานยนต์ซีตี้สปอร์ตหัวฉีดตัวแรกของเมืองไทยคันนี้ ได้อินไซต์ของคนที่มีใจรักความแรง และความท้าทายเป็นพื้นฐาน อย่างนักแข่งรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก “ฟีม รัฐภาคย์ วิไลโรจน์” หนุ่มนักบิดหนึ่งเดียวของชาวไทย สายเลือดนักแข่งสายพันธุ์แท้ มาร่วมถ่ายทอดสไตล์ความร้อนแรงในการขับขี่รถสปอร์ตหัวฉีด ที่เต็มเปี่ยมด้วยสมรรถนะความแรง และความคล่องตัว โดยฮอนด้าเชื่อว่าภาพลักษณ์ด้านความท้าทายของ “ฟีม” ที่มีต่อเวทีระดับโลกจะช่วยส่งเสริมความเป็นมอเตอร์สปอร์ตของ Honda CBR150R FI ให้โดดเด่นมากขึ้น ภายใต้แนวคิดทางการสื่อสารการตลาดของรถสปอร์ตร้อนแรง “True Blood of Sport Spirit สปอร์ตเร้าใจ...สายพันธุ์แท้”
Honda CBR150R FI นอกจากเป็นรถสปอร์ตหัวฉีด PGM-FI ในระดับ 150 ซีซี ตัวแรกของประเทศไทยแล้ว ยังมาพร้อมมาตรฐานเครื่องยนต์ DOHC 4 วาล์ว 6 เกียร์ ระบายความร้อนด้วยน้ำพร้อมพัดลมไฟฟ้าอัตโนมัติ ปฏิวัติรูปโฉมใหม่ทั้งหมด กับรูปทรงเท่สไตล์สปอร์ตที่มาพร้อมมาดเข้มดุดันมากขึ้นกับ Sporty Full Cowling เท่ทรงพลังตั้งแต่หน้ากากจรดไฟหน้า กับถังน้ำมันขนาดใหญ่ ที่จุน้ำมันได้มากขึ้นถึง 13 ลิตร, ครั้งแรกกับนาฬิกาดิจิตอลบนหน้าปัดเรือนไมล์สุดหรู ที่แสดงผลบนจอ LCD พร้อมระบบ ODO Meter วัดระยะการเดินทาง และอุปกรณ์มาตรฐานเดียวกับรถสปอร์ตชั้นสูงระดับโลกรอบคัน พร้อมเผยโฉมความร้อนแรงแบบสปอร์ตตัวจริงด้วยกันถึง 3 สี หลากสไตล์ ได้แก่ Sporty R.W.B (แดง-ขาว-น้ำเงิน) มาดสปอร์ตเท่ให้อารมณ์สายพันธุ์นักแข่ง, X-Treme RED (แดง) สปอร์ตจัดจ้าน ร้อนแรง และ Night Black (ดำ) สปอร์ตมาดเข้ม ดุดันทุกการเคลื่อนไหว
ทั้งนี้ ด้านแผนการจำหน่าย Honda CBR150R FI จะเริ่มส่งความแรงเร้าใจสู่ตลาดตั้งแต่วันที่ 10 พฤศจิกายนนี้ เป็นต้นไป โดยมีราคาเริ่มต้นที่ 75,900 บาท ตั้งเป้าหมายการจำหน่ายทั้งสิ้น 10,000 คันต่อปี พร้อมพิเศษสุด เอาใจคนหัวใจสปอร์ต ด้วยข้อเสนอสุดร้อนแรง! สำหรับ 1,000 คันแรก รับฟรีทันทีเสื้อแจ๊คเก็ตสุดเท่มูลค่ากว่า 2,000 บาท (ของมีจำนวนจำกัด) นอกจากนั้นอีกหนึ่งข้อเสนอพิเศษกับ Platinum Package แพคเกจบริการช่วยเหลือกรณีรถเสียฉุกเฉิน และบริการช่วยเหลือทางการแพทย์ ระยะเวลา 1 ปี จาก Honda Roadside Assistance รวมถึงสิทธิพิเศษอื่นๆ อาทิ คูปองบริการล้างรถฟรี คูปองเปลี่ยนถ่านน้ำมันเครื่องฟรี และอื่นๆ ตามเงื่อนไขของทางบริษัทฯ ข้อเสนอนี้ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2553 เท่านั้น
เตรียมสัมผัสความยิ่งใหญ่พร้อมทดลองการขับขี่ของรถจักรยานยนต์ฮอนด้าซีบีอาร์ 150 อาร์ FI ได้ก่อนใคร ในงาน “Big Fun Fest” มหกรรมความมันส์ สนุก สุดเซอร์ไพรส์ by Honda ณ สนามราชมังคลากีฬาสถาน (หัวหมาก) วันเสาร์ที่ 30 ตุลาคม 2553 นี้
เพิ่มเติม : http://www.aphonda.co.th/
Monday, September 27, 2010
ฮอนด้าผนึกแกรมมี่จัด Big Fun Fest ฉลอง 1 ปีสกู๊ปปี้-ไอ พร้อมเปิดตัวรถใหม่
นายโยอิจิ มิซึทานิ กรรมการบริหารและผู้จัดการทั่วไป ส่วนงานวางแผนธุรกิจ บริษัท เอ.พี.ฮอนด้า จำกัด พร้อมด้วยนายสถาพร พานิชรักษาพงษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท จีเอ็มเอ็ม ทีวี จำกัด ร่วมแถลงข่าวการจัดงาน "Big Fun fest by Honda" ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 30 ตุลาคมนี้ ณ สนามกีฬาราชมังคลากีฬาสถาน หัวหมาก คาดมีผู้ร่วมงานกว่า 1 แสนคน
เอ.พี.ฮอนด้าจับมือการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จัดงาน "Big Fun Big Surprise By Honda" ตอกย้ำความเป็นผู้นำยอดขายรถจักรยานยนต์ของเมืองไทยกว่า 22 ปี พร้อมฉลองครบรอบ 1 ปี สกู๊ปปี้-ไอ ระดมสุดยอดศิลปินเพลงหลากสไตล์ อาทิ The Bottom Blues, Teddy Ska Band, Scrubb, T-Bone, The Richman Toy, Thaitanium และวงคาราบาว
นายโยอิจิกล่าวว่า "กิจกรรมครั้งนี้ถือเป็นของขวัญฉลองครบรอบ 1 ปี สกู๊ปปี้-ไอ ส่งกลยุทธ์ Relation Marketing ซึ่งเป็นกลยุทธ์หลักของฮอนด้าใช้เสริมความแข็งแกร่งด้านเครือข่ายผู้จำหน่าย และตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค โดยในครั้งนี้ฮอนด้าเลือกใช้เครื่องมือทางการตลาดแบบ Music Marketing ที่ยิ่งใหญ่กว่าทุกครั้งที่ผ่านมาของฮอนด้า ของประเทศไทย ซึ่งคาดว่าจะมีผู้ร่วมงานจากดีลเลอร์ ผู้ใช้รถมอเตอร์ไซค์ฮอนด้า และประชาชนทั่วไปกว่าหนึ่งแสนคน"
โดยไฮไลต์ของงานนี้ นอกจากมีการแสดงคอนเสิร์ตของศิลปินจากหลากหลายแนวดนตรีแล้ว ยังมีการจัดโชว์กิจกรรมแสดงเทคโนโลยี การโชว์รูปแบบใหม่จากหุ่นยนต์ Asimo และการแสดงทักษะลีลาการขับขี่จาก 3 นักแข่ง Motor Cross ชาวญี่ปุ่น พร้อมกับการเปิดตัวรถจักรยานยนต์รุ่นใหม่อย่างเป็นทางการอีกด้วย
งาน "Big Fun fest by Honda, Big Fun fest" นี้ เริ่มตั้งแต่เวลาเที่ยงวันยันเที่ยงคืน โดยเปิดให้ประชาชนเข้าชมฟรี โดยลูกค้าสามารถส่ง SMS มาที่ 480266 เพื่อขอรับบัตร โดย 1 SMS สามารถรับบัตรเข้าร่วมสนุกในงานฟรี 2 ใบ
เพิ่มเติม http://www.langrod.com/
Wednesday, September 22, 2010
ฮอนด้า สกู๊ปปี้ ไอ กดราคาท้าชน ยามาฮ่าฟีโน่
นายเซนจิโร่ ซากุราอิ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ.พี.ฮอนด้า จำกัด เปิดเผยว่า ฮอนด้าเปิดตัวรถจักรยานยนต์รุ่นใหม่ สกู๊ปปี้ ไอ (Scoopy i) เพื่อเจาะตลาดรถแฟชั่นย้อนยุค ที่กำลังได้รับความนิยม
มอเตอร์ไซค์ ฮอนด้า สกู๊ปปี้ ไอ (Scoopy i)
ใช้เครื่องยนต์ 110 ซีซี 4 จังหวะ
จ่ายเชื้อเพลิงระบบหัวฉีด PGM-FI
ระบายความร้อนด้วยอากาศ
อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง 49 กม./ลิตร
มาตรฐานไอเสียระดับ 6
รองรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ อี 20
ซึ่งเป็นการใช้ระบบหัวฉีดอีก 1 รุ่น หลังจากที่ฮอนด้าประกาศไว้ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2551 ว่ารถจักรยานยนต์ทุกรุ่นจะเปลี่ยนมาใช้ระบบหัวฉีด
“มอเตอร์ไซค์ ฮอนด้า สกู๊ปปี้ ไอ ดีไซน์จากแนวคิด โค้งมน น่ารัก สนุก ไฟหน้าชุดใหญ่ดีไซน์แบบสองโคม ไฟเลี้ยวดีไซน์แยกส่วน เรือนไมล์มิเตอร์คู่ ไฟท้ายขนาดใหญ่ กล่องเก็บของใต้เบาะนั่ง ช่องเก็บของจุกจิกด้านหน้า แผ่นกันความร้อนท่อไอเสีย ดิสก์เบรกหน้า ระบบกุญแจนิรภัยสองชั้น สวิตช์ล็อกล้อขณะจอด สวิตช์ตัดการทำงานเครื่องยนต์เมื่อเอาขาตั้งข้างลง”
นาย ซากุราอิ กล่าวว่า ฮอนด้ามีกำหนดวางจำหน่ายมอเตอร์ไซค์ ฮอนด้า สกู๊ปปี้ ไอ ในวันที่ 25 ก.ย.นี้ ราคาเริ่มต้น 4.43 หมื่นบาท โดยตั้งเป้าจำหน่ายทั้งสิ้น 1.5 แสนคัน/ปี และเตรียมสร้างการรับรู้ในตัวสินค้า ด้วยการผลิตอุปกรณ์ตกแต่ง และเครื่องแต่งกายแฟชั่นคาแรคเตอร์ของรถมอเตอร์ไซค์ ฮอนด้า สกู๊ปปี้ ไอ รองรับความแตกต่างของรูปแบบไลฟ์สไตล์ และกิจกรรมการสื่อสารการตลาดครบวงจร เช่น โปรโมชั่นพิเศษ ลูกค้าสกู๊ปปี้ ไอ 1 หมื่นคันแรก รับชุดของขวัญ Scoopy i Collection ทั้งชุดแจ๊คเก็ต และหมวกกันน็อคสีเดียวกับตัวรถ เป็นต้น และเลือก “มาริโอ้ เมาเร่อ” นักแสดงชื่อดังและ “ตีน่า-พิมพ์นารา ไรท์” นักร้องดาวรุ่ง และ “บอม ธนา” นายแบบดาวรุ่งเป็นพรีเซ็นเตอร์
ทั้งนี้ราคาจำหน่ายมอเตอร์ไซค์ ฮอนด้า สกู๊ปปี้ ไอ ที่ 4.43 หมื่นบาทนั้น ตั้งไว้ต่ำกว่าคู่แข่งที่อยู่ในตลาดก่อนอย่างยามาฮ่า ฟีโน่ ที่มีราคา 4.55 หมื่นบาท หรือต่ำกว่า 1,200 บาท เป็นการบ่งบอกถึง การพยายามตีตลาดนี้ให้ได้หลังจากที่ปล่อยให้ยามาฮ่าครอง ตลาดนี้มายาวนาน และส่งผลให้ส่วนแบ่งในตลาดรวมเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนอีกด้วย อย่างไรก็ตามสัปดาห์ที่ผ่านมา ค่ายซูซูกิ ก็เปิดตัว เจลาโต้ รถในรูปแบบเดียวกันนี้ด้วยเช่นกัน
สำหรับ ฮอนด้า สกู๊ปปี้ ไอ เป็นรถจักรยานยนต์ที่พัฒนา และถอดแบบดีไซน์ทรงกลมย้อนยุค มาจากรถรุ่นสกู๊ปปี้ 50 ซีซี ที่วางตลาดในปี 2535 ในประเทศญี่ปุ่น
นอกจากนั้น ฮอนด้ายังเปิดตัว รถจักรยานยนต์พรีเมียม “Honda PCX” เพื่อเปิดเซ็กเมนท์ใหม่ในฐานะ Top of Scooter มีแผนวางจำหน่ายในเดือนพ.ย. เพื่อกระตุ้นตลาดในไตรมาสสุดท้าย และส่งออกไปทั่วโลก เช่น ญี่ปุ่น ยุโรป และ สหรัฐอเมริกา
นายซากุราอิ กล่าวถึงภาพรวมตลาดรถจักรยานยนต์ ว่า จากปัจจัยบวกต่างๆ ในขณะนี้เชื่อว่าจะส่งผลให้ ตลาดรถจักรยานยนต์ ในครึ่งปีหลังเริ่มฟื้นตัวขึ้น อย่างช้าๆ ดังนั้นฮอนด้าได้ปรับการคาดการณ์ตลาดรวมในปีนี้เพิ่มขึ้นเป็น 1.47 ล้านคัน จากเดิมเมื่อต้นปีที่คาดการณ์ไว้ 1.35 ล้านคัน โดยปัจจัยสำคัญคือการที่ค่ายรถต่างผลักดันกลยุทธ์การตลาด และพัฒนาสินค้าใหม่ๆ ออกมาโดยตลอด เช่น เมื่อครั้งที่ฮอนด้าประกาศเปลี่ยนมาใช้เครื่องยนต์ระบบหัวฉีดเมื่อต้นปี เป็นต้น
Thursday, September 2, 2010
ประเดิมตลาด “มอ’ไซค์” ด้วยยอดขายเกิน 1 ล้านคันในเดือนแรกของไตรมาส 3
นายธีระพัฒน์ จิวะพงศ์ กรรมการบริหารส่วนงานการขาย บริษัท เอ.พี.ฮอนด้า จำกัด เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดรถจักรยานยนต์ไทย 7 เดือนที่ผ่านมา มีปริมาณการจดทะเบียนสะสมรวมทั้งสิ้น 1,089,745 คัน โดยในจำนวนนี้เป็นยอดขายสะสมของฮอนด้าสูงถึง 744,749 คัน หรือคิดเป็น 68% ของตลาดรวมทั้งหมด เฉพาะเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา มียอดจดทะเบียนสะสมมากถึง 156,526 คัน เพิ่มขึ้นในเดือนเดียวกันจากปีก่อนหน้ากว่า 17,626 คัน แม้ว่าจะได้รับผลกระทบอันเนื่องมาจากปัจจัยด้านภูมิอากาศที่ย่างเข้าสู่ฤดูมรสุม ซึ่งเป็นอีกปัจจัยให้การเดินทางในการจับจ่ายใช้สอยไม่เอื้ออำนวยมากนัก พร้อมกับเดือนกรกฎาคมนี้เองเป็นช่วงที่มีเทศกาลวันหยุดต่อเนื่องกันยาวนานหลายวัน ผู้บริโภคจึงเกิดการชะลอการใช้จ่ายเพื่อไว้ใช้สำหรับเป็นค่าเดินทางท่องเที่ยวพักผ่อน รวมถึงกลับบ้านต่างจังหวัดเพื่อร่วมเทศกาลงานบุญและเยี่ยมเยียนผู้หลักผู้ใหญ่ที่ให้ความเคารพนับถือ ซึ่งเป็นปัจจัยที่เราได้คาดการณ์ล่วงหน้าไว้ดังเช่นทุกปีอยู่แล้ว ซี่งถ้ามองย้อนกลับไปที่ตัวเลขยอดขายจะสังเกตได้ว่ารถกลุ่มรถในประเภทรถ เอ.ที. และรถระบบหัวฉีดยังคงเป็นรถที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง
“หากศึกษาในรายละเอียดจะพบว่า ยอดจดทะเบียนสะสมของรถฮอนด้านอกจากจะสะท้อนถึงพฤติกรรมการเลือกใช้รถจักรยานยนต์ที่เปลี่ยนไป นอกจากจะประหยัดน้ำมัน และเคยเน้นที่สมรรถณะแล้ว ยังต้องเน้นนที่สะะดวกสบาย ขับขี่ง่าย ตอบทุกโจทย์ทุกไลฟสไตล์ รวมทั้งยังต้องเป็นผลิตภัณฑ์ที่ให้ความสำคัญต่อสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง จึงไม่เป็นเรื่องน่าแปลกใจที่จะเกิดกระแสการเติบโตของกลุ่มรถจักรยานยนต์ฮอนด้าประเภท เอ. ที. จะมีสัดส่วนครองความนิยมเพิ่มสูงมากขึ้นมาโดยตลอด มากกว่ารถประเภทอื่นๆ ซึ่งเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา มีอัตราครองตลาดสูงถึง 53% ด้วยยอดขายสะสม 83,738 คันแล้ว และยังมีประเด็นสำคัญที่น่าสนใจชี้ชัดได้คือ ยอดขายที่เติบโตของฮอนด้านั้น มีปริมาณสูงมากกว่าตลาดรวมถึง 127% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยปริมาณยอดจดทะเบียนสะสมที่ 103,316 คันนั้น เป็นรถหัวฉีด PGM-FI ถึง 101,150 คัน เทียบเท่าสัดส่วนตลาด 98% สะท้อนถึงความสำเร็จที่ฮอนด้าได้สร้างเทรนด์การขับขี่ใหม่ และทำให้รถหัวฉีดกลายเป็นรถยอดนิยมสูงสุดในหมู่วัยรุ่นและผู้ใช้ได้ชัดเจน ซึ่งปัจจุบันมีผู้ใช้มากกว่า 1.4 ล้านคัน”
นายธีระพัฒน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ล่าสุดเราได้ออกแคมเปญภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ “ถามผู้ใช้จริงดีกว่า”
ที่นำเสนอเรื่องราวสัญลักษณ์ของมอเตอร์ไซค์ล่องหน แทนผู้ใช้รถแบบคาบูเรเตอร์ แล้วถามข้อสงสัยของตนผ่านกลุ่มผู้ใช้รถหัวฉีดตัวจริง จนเกิดความมั่นใจในรถหัวฉีด สะท้อนถึงความตั้งใจจริงของฮอนด้าที่มุ่งมั่นนำเสนอเทคโนโลยีอันล้ำสมัย จนสามารถตอบทุกความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างตรงจุด ไม่ว่าจะเป็นด้านประหยัดเชื้อเพลิงที่เปี่ยมประสิทธิภาพ ขับขี่สนุก เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และให้ความมั่นใจต่อผู้ใช้ ด้วยการรับประกันระบบหัวฉีดนาน 5 ปี บริการหลังการขายที่ครอบคลุมทั่วไทย อีกทั้งในไตรมาส 4 ฮอนด้าพร้อมเปิดตัวรถรุ่นใหม่ระบบหัวฉีด PGM-FI ในศักยภาพที่เต็มเปียมไปด้วยความชำนาญในฐานะผู้นำการปฏิวัติสู่ยุคหัวฉีดเพื่อมากระตุ้นยอดขาย พร้อมสร้างความคึกคักให้แฟนคลับฮอนด้าชาวไทยได้เซอร์ไพรส์ในช่วงปลายปีกันแน่นอน
ด้านรายงานตัวเลขตลาดรถจักรยานยนต์ทุกประเภทเดือนกรกฎาคม 2553 มียอดจำหน่ายรวมที่ 156,526 คัน แบ่งเป็นรถจักรยานยนต์แบบ เอ.ที 83,738 คัน เทียบเท่าสัดส่วนตลาด 53% ซึ่งขึ้นนำรถจักรยานยนต์แบบครอบครัวมียอดจดทะเบียนที่ 69,799 คัน หรือเทียบเท่าสัดส่วนตลาด 45% รถจักรยานยนต์แบบครอบครัวกึ่งสปอร์ตมีจำนวน 713 คัน แบบสปอร์ต 482 คัน เทียบเท่าสัดส่วนตลาดเกือบ 1% และแบบออฟโรดรวมประเภทอื่นๆ 1,794 คัน เทียบเท่าสัดส่วนตลาดกว่า 1%
หากแบ่งแยกออกเป็นยอดจดทะเบียนตามประเภทของผู้ผลิตประจำเดือนกรกฎาคม 2553 รถจักรยานยนต์ฮอนด้า 103,316 คัน เทียบเท่ากับอัตราครองตลาด 66%, ยามาฮ่า 43,358 คัน อัตราครองตลาด 28%, ซูซูกิ 6,399 คัน อัตราครองตลาด 4%, อื่นๆ ได้แก่ คาวาซากิ 1,575 คัน, ไทเกอร์ 197คัน, แพลทินัม 89 คัน, เจอาร์ดี 29 คัน และอื่นๆ 1,563 คัน
เพิ่มเติม http://www.thaipr.net/
Tuesday, August 17, 2010
‘ฮอนด้า’ กับกลยุทธ์การตลาด 3 ผสาน
ทิศทางการทำตลาดจยย.ฮอนด้าปีนี้
ทุกกลยุทธ์ทางการตลาดของฮอนด้า มุ่งเน้นสร้างความพึงพอใจให้ผู้ใช้รถ และการสื่อสารการตลาด หรือแผนประชาสัมพันธ์ต่างๆ ฮอนด้ามุ่งเน้นและรุกทำกิจกรรมสานต่อไลฟ์สไตล์ความสนุกของวัยรุ่นเป็นหลัก เพื่อรักษาภาพลักษณ์ของวัยรุ่นยุคใหม่ เช่น กิจกรรม “สกุ๊ปปี้ ดี-เดย์” ร่วมกับร้านผู้จำหน่าย และจากความที่ฮอนด้ามีเครือข่ายที่แข็งแกร่ง และครอบคลุมทั่วประเทศ ถือเป็นตัวผลักดันหลักที่ทำให้ฮอนด้าเป็นที่ 1 มากกว่า 20 ปี
กิจกรรมตลาดที่เห็นเป็นรูปธรรมชัด
วิธีการทำตลาดฮอนด้ายังคงเน้น เรื่องของ Target Marketing Relation Marketing เป็นหลัก โดยมีกิจกรรม 3 อย่าง คือ Music, Sport และ Lifestyle Marketing เป็นเครื่องมือหลักเพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย
ช่วงนี้ ‘Sport Marketing’ มาแรง
ฮอนด้ามองที่กลุ่มเป้าหมายเป็นหลัก จึงจัดกิจกรรมแตกต่างกันไปครบทุกกลุ่มลูกค้า อย่างช่วงฟุตบอลโลกฮอนด้าได้ออกแคมเปญ “เกาะติดทีมชาติอังกฤษ ลุ้นโชคทุกรอบกับ สกู๊ปปี้ ไอ” ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก คูปองที่ส่งมาร่วมสนุกในแคมเปญนี้เยอะมากกว่า 1.5 ล้านใบ อาจเป็นเพราะของรางวัลที่นำเสนอมูลค่ารวมกว่า 7 ล้านบาท รวมทั้งการผลักดันของผู้จำหน่าย ทำให้เราได้รับชิ้นส่วนมากมายขนาดนี้ แต่สิ่งที่ฮอนด้าถือว่าประสบความสำเร็จที่สุด คือ จำนวนคนที่เราสามารถดึงเข้าไปในร้านผู้จำหน่ายได้ด้วย เป็นการสร้างโอกาสขายให้ดีลเลอร์
กิจกรรมการตลาดอื่นๆ ที่จัดปีนี้
Music Marketing เราก็ให้ความสำคัญ ล่าสุดเมื่อสิ้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ฮอนด้าได้จัดกิจกรรมเทศกาลดนตรีริมทะเลชายหาดชะอำ “Honda Scoopy i Reggae on the Rock “ ครั้งที่ 2 ซึ่งเป็นการส่งมอบความสุขให้ทั้งผู้ใช้รถฮอนด้าและประชาชนผู้สนใจทั่วไป งานนี้ประสบความสำเร็จเช่นกัน ได้รับการตอบรับสูงและมากกว่าปีที่แล้วเกือบสามเท่าตัว หรือมีผู้มาชมคอนเสิร์ตปีนี้กว่า 3 แสนคัน ทำให้เกิดการกระจายรายได้ลงพื้นที่ช่วงดังกล่าวกว่า 150 ล้านบาท นอกจากนี้ก็จะมีกิจกรรมอีกหลากหลายตลอดทั้งปี อย่างเช่น “สกู๊ปปี้ ดี-เดย์” ที่จัดได้ต่อเนื่องตลอดทั้งปี
ผลิตภัณฑ์ใหม่ฮอนด้าสู่ตลาด
ฮอนด้าจะไม่หยุดในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ สู่ตลาด ดังจะเห็นได้จากการเปลี่ยนสายการผลิตรถทุกรุ่นของฮอนด้าให้เป็นระบบหัวฉีด PGM-FI เมื่อต้นปีที่ผ่านมา และในช่วงปลายปีนี้ฮอนด้าจะมีรถสปอร์ตออกวางจำหน่าย ซึ่งจะเป็นการผลิตและส่งออกไปทั่วโลก เหมือนกับฮอนด้ารุ่น PC-X ที่ผลิตและเปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทย ส่วนบิ๊กไบค์ฮอนด้ากำลังอยู่ในช่วงพิจารณาถึงความเหมาะสม น่าจะมีความชัดเจนในต้นปีหน้า
ตั้งเป้าจากการรุกตลาดปีนี้กี่คัน
คาดการณ์แนวโน้มตลาดรถจักรยานยนต์ในช่วงครึ่งปีหลังยังคงร้อนแรง จากการแข่งขันทางการตลาดที่ดุเดือด เนื่องจากทุกค่ายผู้ผลิตโฆมอัดกลยุทธ์ส่งเสริมการขายทุกรูปแบบ และเร่งเปิดตัวรุ่นใหม่ แต่จากกลยุทธ์การตลาดที่วางไว้ฮอนด้ามั่นใจว่าจะสามารถทำยอดขายได้กว่า 1.22 ล้านคัน หรือเพิ่มขึ้น 20% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา จากภาพรวมตลาดทั้งหมดอยู่ที่ 1.78 ล้านคัน หรือฮอนด้ามีส่วนแบ่งการตลาด 69%
เพิ่มเติม http://www.manager.co.th/
Friday, August 6, 2010
จิอากิ คาโต อยากเห็น เอ.พี.ฮอนด้าเป็นผู้นำตลาดโลก
ความสำเร็จในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา
สำหรับยอดขายรถจักรยานยนต์ในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมานั้น ต้องบอกว่าตลาดโดยรวมมียอดขายสูงถึง 933,219 คัน เติบโตเพิ่มขึ้น 25% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนซึ่งทำได้ที่
750,000 คัน และฮอนด้ามียอดขาย 641,481 คัน โตเพิ่มขึ้น 60% จากปีก่อนที่ทำได้ 640,000 คัน และมีส่วนแบ่งตลาด 69% สาเหตุที่ทำให้ตลาดโตเพิ่มขึ้นนั้น เรามองว่าส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากเมื่อช่วงครึ่งปีหลังของปี 2552 ตลาดรถจักรยานยนต์ได้ลดลงไปค่อนข้างมาก ซึ่งเป็นผลกระทบต่อเนื่องมาจากภาวะเศรษฐกิจ แต่หลังจากเดือนตุลาคมเป็นต้นมาตลาดเริ่มดีขึ้น ลูกค้าที่ชะลอการตัดสินใจซื้อรถ ได้หันกลับมาซื้อรถตลาดช่วง 6-8 เดือนที่ผ่านมา
เป้าหมายของ เอ.พี.ฮอนด้าในปีนี้
สำหรับปีนี้เชื่อว่าตลาดรถจักรยานยนต์น่าจะอยู่ในระดับ 1.78 ล้านคัน และเติบโตเพิ่มขึ้น 16% ส่วนฮอนด้านั้นคาดว่าจะมี ยอดขายอยู่ที่ 1.22 ล้านคัน และเติบโตมากกว่าตลาดรวมที่ 20% รวมทั้งมีส่วนแบ่งทางการตลาดอยู่ที่ 69% ซึ่งสถานการณ์ วันนี้เรามีความเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า จะสามารถทำได้ตามแผนงานที่ตั้งไว้อย่างแน่นอน
นโยบายหลังเข้ามาดูแลตลาดไทย
สำหรับนโยบายหรือแนวทางการบริการนั้น แน่นอนเราต้องยึดมั่นแนวทางและหลักปรัชญา การบริการของ "ฮอนด้า" ซึ่งเรา มุ่งเน้นและให้ยึดใน 2 เรื่องหลัก คือ การเคารพความเป็นปัจเจกบุคคล และความยินดี 3 ประการ คือ ยินดีซื้อ, ยินดีขาย และยินดีบริการ ซึ่งนโยบายนี้จะเป็นแนวนโยบายเดียวกันกับบริษัทแม่ที่ประเทศญี่ปุ่น
ความคืบหน้ารถบิ๊กไบก์
ตลาดรถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่ หรือบิ๊กไบก์นั้น ฮอนด้ามีความตั้งใจและพยายามมาตั้งแต่เริ่มต้นแล้วว่า ต้องการนำสินค้าประเภทนี้เข้ามาเสริมไลน์ และสร้างภาพลักษณ์ในประเทศไทย แต่ช่วงที่ผ่านมา อย่างที่ทุกคนทราบดีว่า อุตสาหกรรมต่าง ๆ ต้องเผชิญกับปัญหาเศรษฐกิจ และเราก็เช่นเดียวกัน ทำให้การดำเนินงานในโครงการนี้ล่าช้าออกไป
แต่วันนี้สถานการณ์ทางด้านเศรษฐกิจเริ่มดีขึ้น และฮอนด้าเราก็กำลังพิจารณาแผนงานในเรื่องนี้อยู่ เราตั้งใจจะแบ่งปันความสุขไปยังกลุ่มผู้ชื่นชอบ และนิยมใช้รถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่ด้วย
มีโอกาสจะได้เห็นใช้ไทยเป็นฐานบิ๊กไบก์หรือไม่
ถ้าจะพูดในแง่ของขนาดเครื่องยนต์ซึ่งวันนี้ประเทศไทยมีการผลิตรถหลายระดับ ซีซี แต่ถ้าซีซีสูงขึ้นไปกว่านี้ เราคิดว่าน่าจะเป็นการนำเข้าเหมาะสมกว่า บวกกับตอนนี้รัฐบาลไทยก็ได้ให้การสนับสนุน ผ่านเงื่อนไขทางการค้า หรือเอฟทีเอต่าง ๆ ซึ่งไทยได้ทำกับหลาย ๆ ประเทศ ซึ่งฮอนด้ามองว่าในอนาคตจะได้ใช้ประโยชน์จากตรงนี้อย่างแน่นอน โดยเฉพาะกับรถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่ และสำหรับบิ๊กไบก์ ปีนี้เราคงจะทำออกมาไม่ทันอย่างแน่นอน
ผลตอบรับของรถจักรยานยนต์พรีเมี่ยม ฮอนด้า พีซีเอ็กซ์
ในส่วนของฮอนด้า พีซีเอ็กซ์นี้ ถือว่ากระแสตอบรับค่อนข้างดีมาก ๆ ทั้งตลาดในประเทศและตลาดส่งออก โดยเฉพาะในญี่ปุ่นและยุโรป ซึ่งมีสัดส่วนยอดขายพอ ๆ กัน ปีนี้เราตั้งเป้าจะมียอดขายรถรุ่นนี้ไว้ที่ 35,000 คัน สำหรับตลาดในประเทศ ซึ่งวันนี้ผ่านมา 6 เดือนมียอดขายไปแล้วกว่า 20,000 คัน ซึ่งเราพอใจมาก ๆ
และอนาคตอันใกล้นี้ ฮอนด้าก็จะมีการพัฒนารถจักรยานยนต์รุ่นใหม่ ในรูปแบบคล้าย ๆ กับพีซีเอ็กซ์ขึ้นมาอีก 1 รุ่น และเราหวังว่าประเทศไทยจะเป็นประเทศยุทธศาสตร์สำคัญในการผลิตรถจักรยานยนต์ที่มีความแข็งแกร่ง และมีคุณภาพของฮอนด้า สำหรับรถสปอร์ตรุ่นใหม่นี้ จะเป็นรถที่ได้รับการพัฒนาระดับเดียวกับพีซีเอ็กซ์ หรืออาจจะสูงกว่า
- กังวลกับสถานการณ์ในประเทศหรือไม่
ไม่มีอะไรที่กังวลเป็นพิเศษ โดยเฉพาะปัจจัยที่เราสามารถควบคุมได้ ฮอนด้าไม่มีความกังวลแต่อย่างใด แต่ที่ผ่านมาจะเห็นว่ามีปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ จนเป็นเหตุให้ ส่งผลกระทบไปยังเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศไทย และอนาคตถ้ามีปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้นี้เกิดขึ้น มันก็ยังคงเป็นเรื่องที่น่ากังวลในระยะสั้นเท่านั้น
อย่างในปีนี้ เรามีแผนในการทำตลาดและมีกิจกรรมต่าง ๆ รออยู่ค่อนข้างมาก เดือนตุลาคมที่จะถึงเราจะเตรียมงานฉลองวันเกิดครบรอบ 1 ปีให้กับฮอนด้า สกู๊ปปี้ ไอ, การส่งรถรุ่นใหม่ออกสู่ตลาด หรือแม้แต่กิจกรรมส่งเสริมการขายต่าง ๆ เราก็จะยังคงจัดต่อเนื่องตลอดทั้งปี และถ้าการดำเนินงานทุกอย่างเป็นไปตามแผนเหมือนช่วงครึ่งปีแรก "ผมเอง" ก็คงไม่มีอะไรต้องทำมากนัก เพราะวันนี้คน เอ.พี.ฮอนด้าทุกคนสามารถทำทุกอย่างได้ดีแล้ว
หรือแม้แต่ปีหน้าจะถือเป็นอีก 1 ปีที่สำคัญของ เอ.พี.ฮอนด้า เพราะจะเป็นปีฉลองความสำเร็จของการเข้ามาดำเนินธุรกิจครบรอบ 25 ปีในประเทศไทยของ เอ.พี.ฮอนด้าด้วย และเราก็อยากจะให้เกิดสิ่งดี ๆ ในปีนี้
ส่วนแบ่งทางการตลาดลดลงหรือไม่
ความจริงแล้ว ส่วนแบ่งตลาดนั้น เรามองว่ามันคือผลที่เกิดขึ้น แต่สิ่งสำคัญอยู่ที่ลูกค้าจะตัดสินใจเลือกใช้รถอะไรมากกว่า วันนี้ เอ.พี.ฮอนด้าเราพยายามทำธุรกิจบนพื้นฐานของความถูกต้อง มีคุณธรรม และ ผู้ใช้จะเลือกรถยี่ห้ออะไร ก็ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้ใช้
การลงทุนเพิ่มเติม
ในทุก ๆ ปีเราจะมีการลงทุนอยู่แล้ว ที่โรงงานของไทยฮอนด้า สำหรับการลงทุนหลักของเรา ในประเทศอินเดีย-อินโดนีเซียนั้นจะเป็นการลงทุนขยายกำลังการผลิตส่วนการลงทุนในประเทศไทย หลักใหญ่จะเป็นการลงทุนพัฒนาคุณภาพ มาตรฐานการผลิต ด้วยการเน้นเทคโนโลยีชั้นสูงมากกว่า
มองสัดส่วนตลาดจะเปลี่ยนเป็นรถเอทีมากขึ้น
สัดส่วนของรถเอทีในปัจจุบันนี้ยังไม่ถึง 60% ของตลาด แต่เราเชื่อว่าในระยะเวลา 5 ปีนับจากนี้ สัดส่วนของรถเอทีจะปรับเพิ่มเป็น 2/3 ของตลาดรถจักรยานยนต์ทั้งหมด แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าความต้องการของรถครอบครัวจะลดน้อยลง
การแข่งขันของตลาดเมืองไทย
การแข่งขันของตลาดรถจักรยานยนต์ในประเทศไทยนั้น ยังถือว่ามีการแข่งขันที่ไม่รุนแรงมากนัก และเราก็ไม่ได้อยากจะ แข่งขันกับใคร เรามองเพียงแค่ป้อนสินค้าให้กับลูกค้าได้ตามความต้องการ เราอยากสร้างความคึกคักให้กับตลาด และแน่นอน เราอยากให้ เอ.พี.ฮอนด้าเป็นผู้นำตลาดโลก และวันนี้รถจักรยานยนต์ของเรา ถือว่า ก้าวหน้าที่สุดในโลก และเราจะต้องพัฒนาให้ดียิ่ง ๆ ขึ้นไปด้วย
เพิ่มเติม http://prachachat.net/
Sunday, August 1, 2010
“ฮอนด้า” ยิ้มกลยุทธ์เข้าเป้า ดีลเลอร์ชอบใจคนไทยได้โชค แห่ส่งคูปองชิง “สกู๊ปปี้ ไอ ลายสิงโตคำราม” กว่า 1.5 ล้านใบ
มร.จิอากิ คาโต ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ.พี. ฮอนด้า จำกัด เปิดเผยว่า “ในช่วงเกมส์การแข่งขันศึกลูกหนังโลกปี 2010 ที่เพิ่งจบลงไปเมื่อไม่นานมานี้ ทางบริษัท เอ.พี. ฮอนด้าได้ส่งแคมเปญ “เกาะติดอังกฤษ สู้ศึกลูกหนังโลก ลุ้นโชคทุกรอบกับ ฮอนด้าสกู๊ปปี้ ไอ” ที่สามารถสร้างความคึกคักให้ตลาดในรูปแบบใหม่ ไม่ซ้ำใคร ด้วยการให้ผู้เข้าร่วมสนุกได้ลุ้นทายว่า ทีมชาติอังกฤษจะสามารถเข้าสู่รอบการแข่งขันในศึกลูกหนังโลกที่แอฟริกาใต้ได้ลึกที่สุดในปีนี้ได้ถึงรอบไหน ทายถูก : ลุ้นรับรถจักรยานยนต์ฮอนด้าสกู๊ปปี้ ไอ ลายสิงห์โตคำราม Limited Edition เพียง 100 คัน ทายพลาด : มีสิทธิ์ลุ้นรับเสื้อโปโลทีมชาติอังกฤษ 1,000 ตัว รวมมูลค่าของรางวัลกว่า 7 ล้านบาท ซึ่งแคมเปญนี้ได้รับความสนใจอย่างเหนือความคาดหมายจากที่เราคาดการณ์ไว้ โดยดูได้จากจำนวนชิ้นส่วนคูปองทายผลที่ส่งเข้ามาร่วมสนุกนั้นมีมากกว่า 1.5 ล้านใบ ทำให้การวางแผนของ เอ. พี. ฮอนด้า ที่มุ่งสร้างสรรค์กลยุทธ์ในการกระตุ้นการขาย ได้รับการตอบรับจากผู้ใช้รถจักรยานยนต์ฮอนด้าและประชาชนทั่วไปที่สนใจอย่างสูงสุด และสามารถสร้างบรรยากาศความคึกคักให้กับร้านผู้จำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้าทั่วประเทศได้ผลสำเร็จเป็นอย่างดีทั้งในช่วงเวลานั้น และสร้างโอกาสทางธุรกิจในอนาคตต่อไป”
จากความสำเร็จดังกลาว ได้สะท้อนให้เห็นถึงการวางกลยุทธ์ทางการตลาดของฮอนด้าแนวใหม่ ที่มิใช่เพียงแค่การส่งมอบผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงสุดให้แก่ผู้บริโภคเท่านั้น แต่ฮอนด้ยังส่งมอบความสุขให้แก่พี่น้องคนไทยทั้งประเทศ ไม่ว่าจะเป็นผู้ใช้รถจักรยานยนต์ฮอนด้าหรือผู้สนใจทั่วไป ได้มีความสุขและร่วมสนุกกับมหกรรมการแข่งขันฟุตบอลระดับโลก ซึ่งเป็นกีฬายอดนิยมสูงสุดของมวลมนุษยชาติ และยังสร้างสรรค์กลยุทธ์กระตุ้นบรรยากาศความคึกคักที่ร้านผู้จำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้าทั่วประเทศในครั้งนี้อีกด้วย“ มร.จิอากิ กล่าวยืนยัน “ต้องขอขอบคุณผู้ใช้รถจักรยานยนต์ฮอนด้าทุกท่าน รวมถึงประชาชนทั่วไปที่ให้การตอบรับกิจกรรมแคมเปญ “เกาะติดอังกฤษ สู้ศึกลูกหนังโลก ลุ้นโชคทุกรอบกับฮอนด้าสกู๊ปปี้ ไอ” ซึ่งฮอนด้าเองมีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งความสุขผ่านเกมส์กีฬายอดนิยมของโลกในครั้งนี้ และยังช่วยเติมรอยยิ้มให้แก่พี่น้องคนไทย ”
สำหรับรายชื่อผู้โชคดีในการร่วมกิจกรรม “เกาะติดอังกฤษ สู้ศึกลูกหนังโลก ลุ้นโชคทุกรอบกับฮอนด้า สกู๊ปปี้ ไอ” ประกาศผลทางหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 9 สิงหาคม 2553 และทาง http://www.aphonda.co.th/
เพิ่มเติม http://www.thaipr.net/
ตลาดสองล้อแข่งเดือด ฮอนด้าชูรถใหม่
นายจิอากิ คาโต ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ.พี.ฮอนด้า จำกัด ผู้จัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้า เปิดเผยว่า บริษัทมีความพยายามในการนำรถบิ๊กไบค์เข้ามาทำตลาดในประเทศไทย แต่ว่าในช่วงที่ผ่านมาเกิดปัญหาด้านเศรษฐกิจส่งผลให้การดำเนินงานล่าช้า ซึ่งคาดว่าหากเศรษฐกิจเริ่มฟื้นคืนกลับมาก็จะพิจารณาแผนงานดังกล่าวอีกครั้ง ส่วนโชว์รูมบนถนนเลียบทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ หรือ บิ๊กวิงส์ คาดว่าจะมีความเคลื่อนไหวในปีหน้า
ส่วนแผนงานด้านตลาดนั้น ในเบื้องต้นรถบิ๊กไบค์ของฮอนด้าจะเป็นการนำเข้าจำหน่ายมากกว่าผลิตในประเทศไทย เนื่องจากปัจจุบันประเทศไทยมีการใช้เงื่อนไขพิเศษด้านเอฟทีเอ กับประเทศต่างๆทำให้การนำเข้าได้รับอัตราภาษีพิเศษ
"เรายังคงมองว่าประเทศไทยเป็นฐานการผลิตที่สำคัญ ดังจะเห็นจากการผลิตรถรุ่นใหม่อย่างพีซีเอ็กซ์ ที่ผลิตขึ้นมาเป็นครั้งแรก และทำการส่งออกไปยังตลาดประเทศต่างๆ ซึ่งแนวโน้มในอนาคตประเทศไทยจะเป็นฐานการผลิตที่แข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ ในส่วนของบิ๊กไบค์ ฮอนด้าต้องการแบ่งปันความสุขในการขับขี่รถทุกประเภทกับลูกค้าคนไทย แต่เนื่องจากรถบิ๊กไบค์เป็นรถขนาดใหญ่ที่ต้องมีเทคโนโลยี ดังนั้นจึงต้องมีการตั้งศูนย์พัฒนาและปรับแต่งเพื่อตอบสนองกับความต้องการของผู้บริโภครถบิ๊กไบค์ในเมืองไทย "
นายคาโต กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมาฮอนด้าได้พัฒนารถรุ่นใหม่ พีซีเอ็กซ์ ที่ทำการเปิดตัวไปเมื่อปีที่ผ่านมา และเริ่มส่งออกต้นปี โดยพบว่าได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภค และทำยอดขายมากกว่า 20,000 คันในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา ขณะที่เป้าหมายยอดขายทั้งปีของรถรุ่นนี้อยู่ที่ 35,000 คัน สำหรับรุ่นพีซีเอ็กซ์ ทำการส่งออกไปยังประเทศญี่ปุ่น และยุโรป
นอกจากนั้นแล้ว บริษัทยังเตรียมลงทุนเพื่อพัฒนารถรุ่นใหม่ที่จะออกสู่ตลาดในช่วงเดือนตุลาคมนี้ โดยจะเป็นรถใหม่แบบสปอร์ต ที่ผลิตขึ้นมาเพื่อจำหน่ายทั้งตลาดในประเทศ และต่างประเทศ ซึ่งในรุ่นใหม่นี้ถือเป็นโปรเจ็กต์ใหญ่ที่ใช้เม็ดเงินลงทุนไม่ต่างจากในรุ่นพีซีเอ็กซ์เลย
ด้านกลยุทธ์ทางการตลาดของฮอนด้า ยังคงเน้นกิจกรรมที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์ของกลุ่มเป้าหมายหลัก อาทิ"สกู๊ปปี้ ดี-เดย์"ที่จะจับมือร่วมกับร้านผู้จำหน่ายเพื่อตระเวนไปจังหวัดต่างๆ และเตรียมจะมีกิจกรรมใหญ่เพื่อเป็นการฉลองครบรอบ 1 ปีของสกู๊ปปี้ ไอ ที่เข้ามาแนะนำตัวกับตลาดในประเทศไทยรวมไปถึงเน้นเรื่อง Target Marketing และ Relation Marketing เป็นหลัก โดยมีมิวสิกหรือสปอร์ตหรือ ไลฟ์สไตล์มาร์เก็ตติ้งเครื่องมือเพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย ล่าสุดมีการใช้มิวสิก มาร์เก็ตติ้ง ผ่านการจัดคอนเสิร์ตในรูปแบบต่างๆ ล่าสุดที่มีขึ้นในวันที่ 31 ก.ค.นี้ที่ชายหาดชะอำ กับฮอนด้า เรกเก้ ออน เดอะ ร็อค 2
นายคาโต กล่าวโดยคาดว่าตลาดรถยนต์ปีนี้จะมีตัวเลขยอดขาย 1.78 ล้านคัน เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา 16% โดยในส่วนของฮอนด้าคาดว่าจะมียอดขาย 1.22 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 20 % หรือครองส่วนแบ่งทางการตลาด 69% ขณะที่ตัวเลขยอดขายรวมในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมาพบว่ามียอดขาย 933,219 คัน เติบโต 25% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยฮอนด้ามียอดขาย 641,481 คัน ครองส่วนแบ่งทางการตลาด 69% เติบโต 30%
"ตลาดครึ่งปีแรกของฮอนด้าเติบโตมากกว่าปีที่ผ่านมา และแม้จะมีเหตุการณ์วิกฤติเศรษฐกิจและการเมืองแต่ฮอนด้ากลับได้รับการตอบรับที่ดี ซึ่งเป็นผลมาจากผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองทุกความต้องการของลูกค้าทุกประเภท รวมถึงเทคโนโลยีและการพัฒนาของฮอนด้า และการบริการที่ครบวงจรของตัวแทนจำหน่าย โดยคาดว่าตลาดในครึ่งปีหลังจะรุนแรงมากยิ่งขึ้นอย่างแน่นอน เพราะมีการใช้กลยุทธ์ใหม่ๆ หรือการแนะนำแคมเปญส่งเสริมการขายเพื่อกระตุ้นตลาดมากขึ้น"
เพิ่มเติม http://www.thannews.th.com
Friday, July 30, 2010
1984 Honda Astrea 800 - Cooper Modification
Motor : Honda Astrea 800 1984 (Jakarta - Indonesia)
Pemilik/Modifikator : Antonius Chandra
Fotografer : Yudi Motor Plus
Thursday, July 29, 2010
ฮอนด้าชูไทยผุดบิ๊กโปรเจกท์
นายจิอากิ คาโต ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ.พี.ฮอนด้า จำกัด ผู้จำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้าในไทย เปิดเผยว่า ทุกๆปีฮอนด้าได้มีการลงทุนเพิ่มกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่อง แต่การดำเนินงานของฐานผลิตในภูมิภาคเอเชียได้แยกบทบาทชัดเจน โดยอินเดียและอินโดนีเซียจะขยายการผลิตเน้นเชิงปริมาณ ขณะที่ฐานการผลิตในไทยจะเป็นเรื่องของการพัฒนาและผลิตรถจักรยานยนต์คุณภาพสูง หรือเป็นสินค้าที่ใช้เทคโนโลยีระดับสูงใหม่ๆ
“ฮอนด้าเป็นผู้ริเริ่มนำเทคโนโลยีหัวฉีดมาใช้ในไทยเป็นรายแรก และล่าสุดได้เปลี่ยนทุกรุ่นเป็นรถหัวฉีด PGM-FI ทั้งหมด และเมื่อปลายปีที่ผ่านมาก็ได้มีการเปิดตัวรุ่นพีซีเอ็กซ์(PCX) รถโมเดลใหม่ที่เพียบพร้อมไปด้วยเทคโนโลยีทันสมัย เพื่อรองรับการทำตลาดในประเทศและส่งออกทั่วโลกเป็นครั้งแรก และปลายปีนี้ก็จะมีการแนะนำรถจักรยานยนต์สปอร์ตโมเดลใหม่ ซึ่งเป็นอีกโครงการใหญ่ในไทย ที่ลงทุนพัฒนาและผลิตขึ้นใหม่ เพื่อรองรับตลาดในประเทศและส่งออกทั่วโลกเช่นเดียวกัน”
โดยโครงการผลิตรถสปอร์ตโมเดลใหม่ ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดและมูลค่าการลงทุนในขณะนี้ได้ แต่จะเป็นโครงการที่มีการลงทุน และมีความสำคัญใกล้เคียงหรือมากกว่า การลงทุนผลิตรถรุ่นพีซีเอ็กซ์แน่นอน ซึ่งการดำเนินงานทุกอย่างเป็นไปตามแผน กำหนดแนะนำสู่ตลาดไทยประมาณช่วงเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้ ส่วนการส่งออกทั่วโลกน่าจะเริ่มหลังจากนั้น เช่นเดียวกับรุ่นพีซีเอ็กซ์ที่แนะนำสู่ตลาด ช่วงเดือนกันยายนของปีที่ผ่านมา และส่งออกเมื่อเดือนมีนาคมปีนี้ ซึ่งปัจจุบันสัดส่วนการส่งออกรุ่นพีซีเอ็กซ์มากกว่าตลาดในประเทศแล้ว
นายคาโตเปิดเผยว่า นอกจากนี้ฮอนด้ายังเตรียมพิจารณา แผนการทำตลาดรถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่ หรือบิ๊กไบค์ หลังจากต้องเลื่อนแผนการดำเนินงานมาในช่วง 1-2 ที่ผ่านมา จากปัญหาเศรษฐกิจทั่วโลกชะลอตัว แต่เมื่อสภาวะเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว ฮอนด้าจึงเตรียมที่จะนำกลับมาดำเนินการใหม่ ซึ่งคาดว่าน่าจะชัดเจนได้ในปี 2554 ที่จะถึงนี้
“การทำตลาดบิ๊กไบค์ไม่ใช่เพียงนำรถเข้ามาขาย และมีโชว์รูมรองรับเท่านั้น แต่บิ๊กไบค์เป็นรถที่มีเทคโนโลยีสูง จึงจำเป็นจะต้องปรับแต่งให้สอดคล้องกับสภาพในไทย ไม่ว่าจะเป็นเครื่องยนต์ให้รองรับน้ำมันในไทย เรื่องของเสียง และมลพิษไอเสีย รวมถึงแสงสว่างของไฟหน้าและท้าย เป็นต้น เหตุนี้เพื่อไม่ให้เกิดปัญหากับบิ๊กไบค์ที่นำเข้ามาทำตลาด ฮอนด้าในไทยจึงต้องลงทุนมากกว่า 10 ล้านบาท ตั้งศูนย์พัฒนาและปรับแต่งบิ๊กไบค์ขึ้นในประเทศญี่ปุ่น เพื่อรองรับบิ๊กไบค์ที่จะนำเข้ามาทำตลาดในไทยโดยเฉพาะ”
นายคาโตกล่าวว่า สำหรับภาพรวมตลาดรถจักรยานยนต์ไทย ในช่วงครึ่งแรกของปี 2553 มีตัวเลขยอดจดทะเบียนทุกยี่ห้อรวมกว่า 9.33 แสนคัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 25% โดยฮอนด้ามียอดขายกว่า 6.41 แสนคัน เพิ่มขึ้น 30% และครองส่วนแบ่งทางการตลาด 69%
“คาดว่าในช่วงครึ่งปีหลัง ตลาดจะกลับมาขยายตัวสู่สภาวะปกติ ทำให้ภาพรวมตลาดรถจักรยานยนต์ไทยปีนี้น่าจะอยู่ที่ประมาณ 1.79 ล้านคัน หรือเทียบกับปีที่แล้วเพิ่มขึ้น 16% โดยฮอนด้าคาดว่าจะมียอดขายตลอดทั้งปี 1.22 ล้านคัน ขยายตัว 20%” นายคาโตกล่าว
เพิ่มเติม http://www.manager.co.th
Wednesday, July 28, 2010
Honda Vario Street Fighter Modification
Honda Vario Street Fighter ModificationConcept selection is to suggest a more sophisticated motor and has a sporty impression, when seen from the standard form of this motor Vario has been amended nearly 100 percent,
"The concept of my motorcycle Street Fighter made its name, the reason being I feel the concept's motor Vario usually matic she seems shallow, if I input the street fighter-class seems a little bit forward to the sport. So basically I like motor sport, so I have a plan to make Vario a motor sport, "ujarnya.Sedangkan the percentage changes were made to this Vario Fhilips says," 100 percent change ".
To change the motor is more focused on the motor body and legs, about the engine and framework embedded into it still relies on the original manufacturer of the Vario, "Only the innate Vario wrote the same machine next order only". Taking an idea from one of the automotive media, make changes to Fhilips Vario by removing some of the body and the legs of the original factory built, "If the change of the motor, rear body already using CS 1, the body behind him dicustom, let me put sweet little cover below same order triggers Street Fighternya, the leg-foot radius of my car put acrylic halved, measured and dibubut, so all the legs using acrylic. If most of all custom wheels ".
In order to look sexy, then change the order back Fhilips while to show the impression of street fighter extended handlebar. The man and his motorcycle the first time come to Djarum Black MOTODIFY contestants did not think the bike serial number was called as The Best Black Bike, "Nah aja ya thought suddenly summoned cuman yes I pray it is successful," he said. Fhilips added, "I am feeling very happy, yes, indeed I hope to catch The Best Black". For the final plan later Fhilips will complete the front legs let more robust.
HONDA GL 100 RED CHOPPER
Honda Supra Extreme Customized
Foto Honda Supra Extreme Customized"This is a pure creation of the TPF (Fiber Twin Planet) and we do not want to change a motor sport. That is the challenge," said Arno. Usually, the theme is identical to the naked sport bike.
To fulfill his obsession, the order does not have a cut and changed. Including the position of the tank under the seat, that part will be retained.
Radical changes appear in the swing arm. New designs with the trellis model as is often done in DELTABOX motor sport. This is one feature of naked wing motor sport. Because of the vital functions, large iron pipe 2 inches in diameter attached there.
Because the swing arms bare, it is more appropriate if a single rear suspension (Monoshock) using a Suzuki Satria 120R. Continues, the full body custom, according to Arno, self-designed single-seater model.
In order to impress the motor racing, then the stern pointed contrived. The center made a kind of additional chassis style DELTABOX using glass fiber material.
Note the two large wheels. This is precisely homemade and Arno ensure that conditions are strong. Front suspension models also upside down own handiwork. Interestingly again, a double exhaust tip is a variation of the car.
Supra X 125 Drag Style Modify
Supra X 125 Drag Style ModifySupra X 125 Drag Style Modify Detailed specifications:
Honda PCX Scooter 2010 Picture

Thanks to cyberbanking ammunition bang arrangement PGM-FI, Honda PCX will accumulate the best accurate to date ecology standards of Europe and the USA. The amount of a scooter is not reported, but it should be absolutely affordable - to abate assembly costs, the assembly of the scooter will be acclimated for accepted Honda technology and components.
The actualization of markets in Japan, the United States and Europe scooter Honda PCX accepted already in 2010.




